Biocharhappygold.com
biochar ถ่านชีวภาพเพื่อการเกษตร ช่วยลดภาวะโลกร้อน

biocharhappygold.com / biochar & wood vinegar

250 ถ.อ่อนนุช ประเวศ ประเวศ กทม. 10250

T.081-6329979 / 081-8591640


Biochar

ถ่านชีวภาพ หรือ biochar มีความหมายต่างจากถ่านทั่วไป ตรงจุดหมายการใช้ประโยชน์ คือถ่านทั่วไป

จะหมายถึงถ่านที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง ขณะที่ไบโอชาร์คือถ่านที่ใช้ประโยชน์เพื่อกักเก็บคาร์บอนลงดินและ

ปรับปรุงสภาพทางกายภาพของดินเนื่องจากคุณสมบัติของถ่านชีวภาพ คือมีรูพรุนตามธรรมชาติเมื่อ

ใส่ลงในดินจะช่วยระบายอากาศ การซึมน้ำ ดูดยึดธาตุอาหาร เป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ ลดความเป็นกรด

ของดิน นอกจากนี้ ยังช่วยคุณภาพของปุ๋ยให้สูงขึ้น ทำให้ประหยัดการใช้ปุ๋ย

 

 

         ถ่านชีวภาพไม่ใช้ปุ๋ย แต่ลักษณะถ่านที่เป็นรูพรุนสูงเมื่อนำถ่านมาผสมกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก รูพรุนนี้เมื่ออยู่ในดิน

จะช่วยเกฺ็บธาตุอาหารจากปุ๋ย และเป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ ช่วยปลดปล่อยธาตุอาหารให้แก่พืชได้นาน

ซึ่งจะช่วยให้ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยลงได้

 
 

วัตถุดิบเส้นใยขุยมะพร้าว

 
 

Biochar

biocharผลิตจากเส้นใยขุยมะพร้าว

 

 วัตถุดิบกะลามะพร้าว

 
 

Biochar

biochar ผลิตจากกะลามะพร้าว

 

Biochar

 biocharบดระเอียดรวม

 
 

Biochar

biochar บดคัดแยกขนาด

 
       
    

ถ่านชีวภาพ หรือ ไบโอชาร์ (Biochar) คือวัสดุที่อุดมไปด้วยคาร์บอน ผลิตจากชีวมวล (Biomass )

วัสดุเหลือใช้จาการเกษตร ผ่านกระบวนการแยกสลายด้วยความร้อนโดยไม่ใช้ออกซิเจน หรือใช้น้อยมาก

 (Pyrolysis , ไพโรไรซิส) ซึ่งมีสองวิธีหลักๆ คือการแยกสลายอย่างเร็วและอย่างช้า การผลิตถ่านชีวภาพด้วย

วิธีการแยกสลายอย่างช้าที่อุณหภูมิเฉลี่ย 500 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิที่ธาตุอาหารต่างๆของพืช

จะยังคงอยู่ในเนื้อถ่านไม่สูญสลายไปกับความร้อน และการเผาถ่านในช่วงอุณหภูมิดังกล่าว เป็นช่วงที่เนื้อที่ของ

พื้นที่ผิวในเนื้อถ่าน จะมีพื้นที่มากที่สุด ถ้าเผาที่อุณหภูมิสูงกว่านี้ พื้นที่ผิวในเนื้อถ่านจะลดลงและเป็นช่วงที่ทำให้

ค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ไม่สูงเกินไป  แต่จะใช้เวลาเป็นชั่วโมง ซึ่งต่างจากวิธีการแยกสลายอย่างเร็ว

ที่อุณภูมิเฉลี่ย 700 องศาเซลเซียส ซึ่งใช้เวลาเป็นวินาที ผลผลิตที่ได้จะเป็นน้ำมันชีวภาพ (bio-oil) 60% 

แก๊สสังเคราะห์ (syngas) 20% และถ่านชีวภาพ 20%  

ที่มาของแหล่งข้อมูล : การจักการความรู้ ธกส. นายอารีย์ คล่องขยัน

 
 

 
  

 ถ่านชีวภาพหรือไบโอชาร์นั้นได้รับการพิจารณาจากนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายให้เป็นเสมือนทองสีดำ ของชาวเกษตรกรรม

ด้วยคุุณสมบัติที่มีคาร์บอนสูงและมีรูพรุนตามธรรมชาติช่วยให้ไบโอชาร์สามารถอุ้มน้ำและธาตุต่างๆรวมถึงการป้องกัน

 จุลินทรีย์ที่อยู่ในดิน อีกทั้งยังเป็นการย่อยสลายและแยกก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เอาไว้ในดิน ในขณะที่ไบโอชาร์ทำหน้าที่

เหมือนกับอ่างคาร์บอนธรรมชาติ ไบโอชาร์ช่วยในการทำความสะอาดอากาศได้ 2 ทาง คือ การป้องกันการปล่อยก๊าซคาร์บอน

ไดออกไซด์ของสารชีวภาพขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศและการช่วยให้พืชดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อย่างช้าๆในขณะที่พืชสังเคราะแสง

 
                                                                                                                                                

       

 

 เมือเติมไบโอชาร์ ลงบนผิวดิน น้ำฝนจะพา ไบโอชาร์ ลงไปใต้ดินเองด้วยความเป็นถ่าน มันเรียกความชื้นมาอยู่ใก้ลๆ เมื่อดิน

ใกล้ถ่านชื้น ก๊าซที่ดินปล่อยออกมา ก็จะถูกจับไว้ด้วยความชื้นอีกต่อหนึ่ง

 
 
 

ถ่านชีวภาพหรือไบโอชาร์ เมื่อนำไปบด แล้วโปรยลงในดิน จะทำให้ดินเกฺ็บน้ำ เพิ่มจุลชีพในดิน ลดการปล่อยมีเทนและ

คาร์บอนไดออกไซด์ของดินทำให้รากของพืชดุดดซึมสารอาหารที่มีอยู่ในดินได้ดีขึ้น จัดได้ว่าเป็นตัวปรับสภาพแวดล้อม

และเร่งการเจริญของพืช ความลับนี้มีอยู่ในป่าอเมซอน ซึ่งชาวเผ่าเผาถ่าน biochar บรรดาเศษถ่านเมื่อโดนฝนชะก็จะ

ซึมลงดิน และเปลี่ยนแปลงสภาพของดินให้กลายเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก เรียกว่าดินดำ (Terra Preta) 

ในส่วนของก๊าซเรือนกระจก พืชดูดคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศมา ใช้ในกระบวนการสังเคราะห์แสง แต่ว่าดินเราก็ปล่อย

ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์(และมีเทน) ออกมา ดั้งนั้นมองในภาพกระบวนการทั้งหมดแล้ว การที่ต้นไม้จะดุดคาร์บอนไดอ๊อกไซด์

 จากอากาศให้ได้ผล ก็ต้องลดการปล่อยก๊าซจากดินด้วย ซึ่งไบโอชาร์ ทำหน้าที่นี้ ได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ   

          
 

 

 
 คุณสมบัติของ biochar ที่มีผลต่อการปรับปรุงดิน

 - มีการศึกษาวิจัยในต่างประเทศพบว่า ถ่านที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการปรับปรุงดิน คือ เป็นถ่านที่เกิดจากการเผาชีวมวลภายใต้ภาวะอับอากาศ ที่

อุณหภูมิต่ำในช่วงอุณหภูมิระหว่าง 450 ถึง 550 องศาเซลเซียส ซึ่งการเผาชีวมวลในช่วงอุณหภูมิดังกล่าว จะทำให้ถ่านมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถใช้ปรับปรุงดิน

ได้อย่างมีประสิทธิภาพหลายประการดังนี้

 1. ถ่านที่เผาช่วงอุณภูมิดังกล่าว จะทำให้เนื้อถ่านbiocharมีรูพรุนจำนวนมหาศาล เมื่อถ่านถูกนำไปใส่ในดิน ที่ใช้ในการเพราะปลูก รูพรุนของถ่านเหล่านี้ จะกลายเป็นแหล่ง

ที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ในดิน เป็นแหล่งกักเก็บน้ำทำให้มีความชุ่มชื้น และเป็นแหล่งน้ำที่รากพืชสามารถดูดซับไปใช้ประโยชน์ รูพรุนในเนื้อถ่านยังเป็นแหล่งกักเก็บ

อากาศใต้ผิวดินทำให้ช่วยยัยยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์กลุ่มที่มีโทษ โดยเฉพาะจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดกรดในดิน เนื่องจากจุลินทรีย์กลุ่มนี้เจริญเติบโตได้ดีในสภาวะ

ขาดอากาศ ซึ่งสามาถแก้ปัญหาดินเป็นกรดในระยะยาวได้

 2. biochar จะมีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง หรือ pH ประมาณ 8 ซึ่งมีสภาพเป็นด่างแต่ก็ไม่ถึงกับด่างจัด สามาถใส่ลงไปในดินเพื่อแก้ปัญหาดินเป็นกรด แทนสารปรับปรุงดินกลุ่มปูน

เช่น ฝุ่นหินปูน ปูนขาว ปูนมาล ได้ดี ไม่มีผลเสียแม้ใส่ปริมาณมาก และต่อเนื่อง เนื่องจากการแก้ปัญหาดินเป็นกรดด้วยการเติมปูนจะต้องใส่ปริมาณที่เหมาะสม และทิ้งระยะห่าง

กันพอสมควรใส่ปริมาณมาก และต่อเนื่องจะทำให้ดินจับตัวแขํ็งเป็นดานซีเม็นต์ 

 3. ถ่านที่เผาช่วงอุณหภูมิดังกล่าว จะมีความสามารถในการแลกประจุบวก (CEC) สูงพอสมควร ทำให้ถ่านสามรถดูดซับแร่ธาตุอาหารต่างๆ ของพืชกักเก็บไว้ในเนื้อถ่านได้เป็นอย่างดี

และสามารถ ปลดปล่อยให้พืชนำไปใช้ได้อย่างช้าๆ ช่วยให้ปุ๋ยคงสภาพอยู่ในดินได้เป็นเวลานาน

 4. ธาตุคาร์บอนที่ประกอบในเนื้อถ่านจะมีความเสถียนสูง ทำให้ถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายหรือถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของก๊าซได้ยาก การเติมถ่านลงในดินจึงเป็นการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนได

อ๊อกไซด์ในชั้นบรรยากาศได้โดยตรง

 5. เมื่อเติมถ่านลงไปในดินทราย ถ่านจะกลายเป็นแหล่งให้ความชื้นกับเนื้อดินเป็นแหล่งกักเก็บธาติอาหารของพืชให้คงอยู่ได้นาน

     เมื่อเติมลงในดินเหนียว ถ่านจะกล่ายเป็นแหล่งดูดซับน้ำจากเนื้อดินมาไว้ที่ตัวถ่าน ช่วยลดความเหนียว และเพิ่มความร่วนซุยให้กับเนื้อดิน

 

ที่มาของแหล่งข้อมูล : ธาวินทร์ ลีลาคุณารักษ์

 
  

 

 ประโยชน์ที่ได้รับ
 1. ช่วยเพิ่มอัตราการงอก มีความสม่ำเสมอมากขึ้นของการงอก
 2. การปรับปรุงดินนำไปสู่การเจริญเติบโตของรากที่ดี
 3. เก็บธาตุสารอาหารไว้ในดินได้นานขึ้น
 4. ลดการเกิดเชื้อราในรากพืช
 5. ลดความเป็นกรดของดิน
 6. ลดการดูดซึมของสารพิษในดิน
 7. ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ในดิน
 8.เพิ่มการกักเก็บความชุ่มชื้นจะช่วยลดการใช้น้ำ
 9. ลดการใช้ปุ๋ยลง ลดเวลาค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
 

ประโยชน์สูงสุดในการใส่ biochar ให้แก่ฟืชปลูก โดยแบ่งได้ 3 แบบดังนี้ 

 1). ใส่แบบหว่านทั่วแปลงการใส่biochar แบบนี้เป็นวิธีการที่ดีต่อการปรับปรุงบำรุงดิน เนื่องจากbiochar จะกระจายอย่างสม่ำเสมอ

ทั่วทั้งแปลงปลูกพืชที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ส่วนมากจะใช้กับการปลูกข้าวหรือพืชไร่ หรือพืชผัก อัดตราการใช้ 2 ตัน ต่อไร่ต่อปี

2). ใส่แบบเป็นแถวการใส่biochar แบบเป็นแถวตามแนวปลูกพืชมักใช้กับการปลูกพืชไร่วิธีการใส่ biochar แบบเป็นแถวที่

เหมาะสมที่จะใช้แบบโรยเป็นแถวสำหรับปลูกพืชไร่ทั่วไป อัตราbiochar ที่ใช้ประมาณ 3 ตันต่อไร ต่อปี

3). ใส่แบบเป็นหลุม การใส่biochar แบบเป็นหลุมมักจะใช้กับการปลูกไม้ผล และไม่ยืนต้นโดยสามารถใส่biochar ได้สองระยะคือ

 ในช่วงแรกของการเตรียมหลุมเพื่อการปลูก นำดินด้านบนที่ขุดขึ้นมา ผสมกับbiochar 30% คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วปลูกไม้ผล

หรือไม้ยืนต้นอีกระยะใส่biochar ช่วงที่พืชเจริญแล้ว โดยการขุดเป็นร่องรอบๆ ต้นตามแนวทรงพุ่มของต้นพืช แล้วใส่biochar 

ลงในร่องแล้วกลบด้วยดินอัตราการใช้ประมาณ 20 - 50 กก.ต่อหลุม 

 

  

วิธีใช้ Biochar

 1). biochar สำหรับเพราะเมล็ดพันธ์เริ่มต้น

ใช้ biochar 50% ผสมกับ มูลใส้เดือน 50%  ผสมน้ำพอหมาดๆ ใส่ถุงหมักทิ้งไว้ 7 วัน ใช้เป็นวัสดุปลูกแทน พีทมอส

  
 

2). พืชในร่มที่ใช้ biochar

ช่วยฟอกอากาศดูดซับกลิ่นและเพิ่มความสวยงาม การใช้ biochar กับไม้กระถ่างในร่ม ควรใช้ biochar 25% ผสมในดินปลูก โดยปริมาตร

และประโยชน์ที่ได้ทันที่เมื่อใช้ biochar ประมาณ 1 ซม.หรือ ครึ่งนิ้ว โรยทับหน้ากระถางในร่ม เพิ่มความสวยงาม biochar สามารถ

ดูดซับความชื้นออกจากอากาศ เป็นที่น่าสนใจคือเก็บสารอาหารและน้ำ ทำให้ช่วยขยายช่วงเวลาการให้อาหารและลดการให้น้ำลงได้

สำหรับ cacti และ บอนไซ biochar สามารถใช้โรยทับหน้าและว่างไว้บนชั้นเพิ่มความสวยงาม

 
 
 

 3). biochar ในพืชน้ำ

เริ่มต้นด้วยการล้างรากพืชออกตัดชิ้นส่วนใดๆที่ตายแล้วออก ทำความสะอาดภาชนะที่จะปลูกพืชน้ำของคุณ ชั้นล่างใส่กก้อนกรวดขนาดเล็ก ให้มีความหนาประมาณ 3 ซม.

ชั้นที่สอง ใส่ถ่านbiochar ความหนาประมาณ 3 ซม. biochar จะเป็นที่อยู่ของ แบคทีเรียและจุลินทรีย์เป็นที่เจริญเติบโตได้ดี ทำให้คุณไม่ต้องทำความสะอาดน้ำอีกต่อไป

ชั้นที่สาม โรยทับbiochar ด้วยชั้นทรายหยาบอีกชั้น ตั้งรากพืชบนทราย และครอบคลุมต้นพืชด้วยกรวดพอที่จะให้พืชอยู่ได้ เพิ่มหินตกแต่งด้านบน และเติมน้ำจนกว่าจะ

ถึงเพียงระดับบนสุดของกรวด

 
 
 4.) biochar ผสมกับดินในแปลงปลูกผักได้ทุกชนิด ในอัตรา 1 กก. ต่อพื้นที่ 1 ตรม.
         
 biochar ผสมกับดินปลูกผักในกระถางทดลอง biochar0%  /  12.5%  /  25%  / 50%
 จากการทดลองใช้biochar ผสมดินปลูก 40- 50 % ผักเติบโตมากที่สุด
 
 
 
 biochar ผสมกับดินปลูกมะเขือเทศในกระถางทดลอง biochar0%  /  12.5%  /  25%  / 50%
  จากการทดลองใช้biochar ผสมดินปลูก 25 % ต้นมะเขือเทศเติบโตมากที่สุด
 
 
 
 biochar ผสมกับดินปลูกหัวไชเท้าในกระถางทดลอง biochar0%  /  12.5%  /  25%  / 50%
  จากการทดลองใช้biochar ผสมดินปลูก 25 % หัวไชเท้าเติบโตมากที่สุด
 
  biochar ผสมกับดินปลูกแครอทในกระถางทดลอง biochar0%  /  12.5%  /  25%  / 50%
จากการทดลองใช้biochar ผสมดินปลูก 12.5 % ต้นแครอทเติบโตมากที่สุด
 
 

5). พืชผักอายุเกิน 2 เดือน เช่นกะหล่ำปลี ถั่วฟักยาว แตงและฟักทอง ใช้รองก้นหลุมด้วยbiochar ก่อนปลูกผักประมาณ 1 กำมือ

 
 
 

6). ไม้ผลหรือไม้ยืนต้น

     - ปลูกใหม่ควรรองก้นหลุมด้วย biochar 1 - 2 กก.

 

      ไม้ผลหรือไม้ยืนต้น ดินที่ขุดขึ้นมาสำหรับการเพราะปลูกผสมในอัตราส่วน biochar ประมาณ 30% ก่อนทำการปลูก ให้ใช้biochar รองที่ก้นหลุมก่อนทำการปลูก  วิธีที่ดีทีสุด

ที่รากจะได้รับ biochar คือใช้ถ่าน biochar ในด้านล่างหลุมก่อนที่จะปลูก และใช้ปุ๋ยหมักbiochar ผสมดินปลูก

 
 

       - ต้นไม้ที่ปลูกอยู่แล้ว แนวทรงพุ่มใช้ 1.5 กก./ ตรมให้ขุดดินรอบต้นไม้ บริเวณพุ่มเงาตก แล้วจึงนำถ่าน biochar ที่ผสมปุ๋หมักแล้ว ใส่รอบต้นแล้วนำดินกลบ แล้วจึงใช้ถ่านโรยรอบต้นอีกที ถ่านจะช่วยเก็บ 

ความชุ่มชื้นไว้ในดิน

 
 ต้นโกโก้ที่ปรับปรุงดินด้วยถ่านbiochar
 
7).  พืชไร่ ข้าวโพด / มันสำปะหลัง ที่ปลูกโดยใช้ถ่าน biochar
 
 
 8). นาข้าวในประเทศเวียดนาม ใช้ 2 ตัน/ไร่
 
 
 
 
 วิธีการที่จะนำbiochar ไปใช้กับสนามหญ้าและปรับภูมิทัศน์ จะลดการใช้น้ำลงได้
          
 
 1). จะให้ได้ผลดีควรตัดหญ้าให้สั้นก่อน สองวันที่จะใช้biochar
 2). ใส่ปุ๋ยใช้ไม้กลมขนาด 1" กดลึกลงดินประมาณ 2 -3 นิ้ว เพื่อที่จะได้มีช่องที่จะใส่biochar ในส่วนของรากหญ้า

 3). ใช้โรยหน้าให้ทั่วสนามโดยเสมอกันเท่ากัน ใช้ 1 กก./ ตรม.

 4)  หลังจากโรยหน้าทั่วแล้วใช้การกวาดหรือ การเกลียจะได้แน่ใจว่าbiochar ได้กระจายทั่วสนามอย่างสม่ำเสมอ biochar

  จะลงไประหว่าง ช่องว่างระหว่างต้น หลังจากนั้น 50 % biochar จะอยู่ที่ผิวดิน และอีก 50 % จะลงไปอยู่ใต้ผิวดิน

 5). ใช้น้ำรดตามปรกติ watering เริ่มต้นรดน้ำครั้งแรกจะช่วยให้biochar ลงไปในดินสนามหญ้าของคุณ

  หลังจากการประยุกต์ใช้biochar จะช่วยประหยัดน้ำลงได้ 30%  จะช่วยรักษาความสมบูรณ์ของต้นและสีของสนามหญ้า

 

          

  การปลูกพืชในวัสดุทดแทนดิน (Substre culture)

เป็นการปลูกพืชแบบไฮโดรโพนิกส์ การปลูกในวัสดุทดแทนดิน ยังเป็นการปลูกพืชที่ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดออกซิเจนที่รากในพืชต่างๆ เช่นมะเขือเทศ , พริกหวาน , แตงกว่า , เมล่อน ฯลฯ โดยพืชเหล่านี้เป็นพืชที่ต้องการอ๊อกซิเจนที่รากค่อนข้างมาก ซึ่งการปลูกพืชแบบรากแช่ในสารละลาย ในพื้นที่อากาศร้อนมักประสบปัญหาอุณหภูมิของน้ำสูงเกินไป ทำให้รากพืชขาดอ๊อกซิเจน จนทำให้พืชนั้นอ่อนแอ และเกิดโรคขึ้นได้ง่าย

 การปลูกพืชด้วยวิธีนี้เป็นการนำวัสดุชนิดต่างๆมาใช้เพื่อทำให้รากพืชยึดเกาะพยุงลำต้นไว้ได้ โดยวัสดุที่เราจะนำมาใช้แทนดินที่ดีนั้น ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน เช่น

1. มีอัตราส่วนพื้นที่ของอากาศและน้ำเหมาะสม อัตราส่วนประมาณ 50 : 50 หมายถึง วัสดุที่มีการระบายอากาศและน้ำได้ดีหรือมีความพรุนสูง ไม่เป็นวัสดุที่มีการอมความร้อน

2. โครงสร้างของวัสดุปลูกไม่อัดตัวกันแน่น หรือยุบตัวง่ายเมื่อถูกน้ำและใช้ไประยะหนึ่ง

3. วัสดุปลูกต้องไม่ทำปฏิกิริยาเคมีเมื่อสัมผัสกับธาตุอาหารพืชจนเกิดอันตรายกับรากพืช

4. เป็นวัสดุที่สะอาด คือไม่มีการสะสมของเชื้อโรค หรือแมลง

5. เป็นวัสดุที่หาได้ง่าย และไม่แพงจนเกินไป

 
 ใช้ถ่านbiochar เป็นวัสดุปลูกพืช ไฮโดรโพนิกส์
 
 
 การทดลองนำถ่าน biochar มาใช้แทนวัสดุปลูกพืช เมล่อน ระบบไฮโดรโพนิกส์
 

 ข้อดีในการนำถ่าน biochar มาใช้ในระบบไฮโดรโพนิกส์

1. biochar เมื่อใช้แล้ว สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้

2. biochar เมื่อใช้แล้วจะลดการเกิดเชื้อราในรากพืช

3. biochar มีความคงทนสูง เพราะเป็นคาร์บอน

4. biochar จะดูดซับน้ำไว้ในตัวถ่านก่อน เมื่ออิ่มตัวแล้วจะค่อยๆคายน้ำออก

5. ราคาถูกกว่า perlite และ Vermiculite

 
 ประยุกต์การใช้งานถ่านbiochar
 1.การทำปุุ๋ยหมักbiochar  ใช้ถ่านbiocharหมักกับปุ๋ยคอก เป็นการทดลองของมหาวิทยาลัยเกษตร
  
 
 
 
 
 
 

 ที่มาของแล่งข้อมูล
 

 2. biochar ช่วยเร่งในการทำปุ๋ยหมัก (จะใช้เวลาการหมัก 2-3 เดือน)

 

 - การทำปุ๋ยหมักผสมถ่าน biochar 10 - 50 % หรือสูงกว่า โดยปริมาตรและนำเข้าสู่กระบวนการทำปุ๋ยหมัก

กองปุ๋ยหมักชั้นของbiochar จะมีการเพิ่มขึ้นของอืนทรีย์วัตถุ และความสามารถลดกลิ่น biochar จะช่วยเร่ง

กระบวนการหมักส่วนใหญ่ โครงสร้างของส่วนผสมและกระตุ้นกิจกรรมของจุลินทรีย์ในการผสมปุ๋ยหมัก กิจกรรม

ที่เพิ่มขึ้นนี้แปลว่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นและความต้องการโดยรวมเวลาที่สั้นลงสำหรับการผลิตปุ๋ยหมัก

 - ธรรมชาติที่มีรูพรุนของ biochar สามารถลดความหนาแน่นของปุ๋ยหมักและอำนวยความสะดวกในการเติมอากาศ

ในการผสมปุ๋ยหมัก สำหรับวัตถุดิบปุ๋ยหมักที่มีในโตรเจนสูง(N) เช่นปุ๋ยคอก biochar มีโอกาศที่จะลดการสูญเสียโดยรวม

 

 

การทำปุ๋ยหมักโดยโดยใช้ถ่านbiochar

 

 3). Inoculated biochar เป็นการฉีดวัคซีนให้ถ่าน

 จะเป็นการลดเวลาการนำถ่านbiochar ไปใช้งาน จากใช้เวลา 2-3 เดือน ให้เหลือเวลา 12 - 24ชม. 
 
 

  - การฉีดวัคซีนให้ถ่าน จะเป็นการลดเวลา 3 เดือนเหลือ 12 - 24 ชม. นำถ่านbiochar ไปใช้งานได้

 - การฉีดวัคซีนให้ถ่าน คือการนำถ่านไปแช่ใน น้ำหมักชีวภาพหรือปุ๋ยสามารถเป็นสารเคมีหรืออินทรีย์

 - การน้ำถ่านbiochar ไปแช่ในน้ำส้มควันไม้ (น้ำส้มควันไม้ 1 : น้ำ 300 )จะเป็นตัวปรับปรุงดินอย่างดี

โดยการเพิ่มจำนวนแบคทีเรียในดินที่มีประโยชน์ต่อพืช ถ่านที่เผาอุณหภูมิดังกล่าวจะมีรูพรุนสูงมากและ

มีแร่ธาตุ สารอาหารอยู่ด้วยทำให้เหมาะจะเป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ในดินที่เป็นประโยชน์ ต่อต้นพืช

 - การใช้ถ่านbiochar โดยตรงลงไปในดินจะเห็นผลน้อยมากในทันที เราจะเห็นผลหลังจากโมเลกุล

คาร์บอนจับสารอาหารเพืยงพอแล้วและเราจะเห็นผลในการเจริญเติบโตของพืช มันเป็นไปได้ที่จะเพิ่ม

ความเร็วในกระบวนการนี้ โดยการแช่ ถ่านbiochar กับปุ๋ยใดๆใช้เวลา 12 - 24 ชม. ปุ๋ยสามรถเป็น

สารเคมี หรืออินทรีย์ เช่นปุ๋ยหมัก หรือแม้กระทั่งปัสสาวะ

 - มีรายงานว่า ถ่านกะลามะพร้าว ฉีดวัคซีนเชื้อราไมคอไรซากที่มีประสิทธิ์ภาพในการปราบปรามการ

ติดเชื้อของดินที่เกิดโรคเชื้อรา

 - การฉีดหัวเชื้อเข้าถ่านเพื่อให้ถ่านbiochar มีประสิทธฺ์ภาพมากที่สุด ควรเตรียมไว้ก่อนที่จะนำไปใช้

งาน ทำให้ถ่านbiochar ก่อนที่จะนำไปแก้ไขดินก่อนปลูก วิธีการหนึ่งคือ การผสมbiochar มีจำนวน

เท่ากับปุ๋ยหมัก ผสมให้เข้ากันหมักไว้เป็นเวลาสองสัปดาห์ แบคทีเรียในปุ๋ยหมักที่ชื้นจะเพิ่มขึ้นและจะ

เข้าไปอาศัยอยู่ในถ่าน

 
 
 
    BHG - A1

กะลามะพร้าว เผาโดยการควบคุมอุณหภูมิ อยู่ที่  550 - 800 องศาเซลเซียสจะได้เป็นถ่าน biochar

ANALYSIS / TEST INSTRUMENT : ผลการวิเคราะห์

 HEATING VALUE - ค่าความร้อน      7286 ( Kcal / Kg)

FIXED CARBON  - ค่าคาร์บอนคงที่   72.6 %

 VOLATILE - ค่าสารระเหย                     12 %

 AST - เถ้า                                             2.1 %

PH   - ค่า ph                                          7.83

 MOISTURE - ค่าความชื้น                 12-15%

ID  - ค่าการดูดซับไอโอดีน                         270  (mg/g)

 
   BHG - A2

biochar ป่่น

 - ใช้ผสมดินปลูก

 - ใช้ทำปุ๋ยหมักbiochar จะได้ปุ๋ยหมักที่มีคุณภาพสูง

 - ใช้แก้ปัญหาดินเป็นกรด

 - ผสมในดินทราย จะเป็นแหล่งให้ความชื้นกับเนื้อดินเป็นแหล่งเก็บธาตุอาหารของพืชให้อยู่ได้นาน

 - ผสมในดินเหนียว จะกลายเป็นแหล่งดูดซับน้ำจากเนื้อดินมาไว้ที่ตัวถ่านลดความเหนียว เพิ่มความร่วนซุยให้กับเนื้อดิน

 
   BHG - A3

biochar ป่นแยกขนาดคัดแยกขนาด

- .ใช้โรยกระถ่างต้นไม้ในร่ม ช่วยฟอกอากาศดูดซับกลิ่นและเพิ่มความสวยงาม

- ใช้ปลูกไม้น้ำ / ใส่ในตู้ปลา

- ใช้แช่กับน้ำส้มควันไม้  หรือแช่น้ำหมักชีวภาพ หรือแช่ปุ๋ยน้ำ หมักทิ้งไว้ 12 - 24 ชม.ก่อนนำไปใช้งาน

 
   BHG - A4

ขุยมะพร้าว เผาโดยการควบคุมอุณหภูมิ อยู่ที่

550 - 800 องศาเซลเซียสจะได้เป็นถ่าน biochar

 - ใช้ผสมดินปลูกต้นไม้แทนขุยมะพร้าว

 - ใช้ผสมดินปลูกต้นไม้แล้วไม่ทำให้เกิดโรคเชื้อรา

 - ช่วยรักษาโรคเชื้อราที่รากพืช

 
 
 

 

BHG - B1

 - กลิ่นเมือนควันไฟ

 - ความเป็นกรด - ด่าง  3.11 (ค่ามาตรฐานจะอยู่ที่ 2.8 - 3.7)

 - ความถ่วงจำเพาะ    1.018  (ค่ามาตรฐานจะอยู่ที่ 1.007-1.024)

 - น้ำส้มควันไม้มีสารประกอบมากกว่า 200 ชนิด ได้แก่น้ำ 85 %

 - กรดอินทรีย์ ประมาณ 3 % และสารอินทรีย์อื่นๆประมาณ 12 %

 - แตกต่างกันไปตามชนิดของไม้ อุณหภูมิที่เผา การดักเก็บน้ำส้มควันไม้

และระยะเวลาในการเก็บรักษา

 หนังสือรับรองผลการวิเคราะห์และวิธีวิเคราะห์

มาตราฐานผลิตภันฑ์ชุมชน มผช. 660/2557

   ประโยชน์และวิธีการใช้งานน้ำส้มควันไม้

 

 1). ในทางด้านอุสาหกรรม ใช้ผลิตสารดับกลิ่นตัว ผลิตสารปรับผ้านุ่ม ใช้ผลิตยารักษาโรคผิวหนัง

 2). ใช้ในด้าน การเกษตรและปศุสัตว์

 3). ใชในการปรับปรุงบำรุงดิน สารป้องกันกำจัดศตรูพืช สารเร่งการเจริญเติบโต ของพืชบริเวณราก

ลำต้น หัว ใบ ดอก และผล เป็นฮอร์โมนพืช เป็นตัวยับยั้งการเจริญเติบโต ควบคุมโรคพืชที่มีสาเหตุจาก

ไส้เดือนฝอยและเชื้อรา

 หมายเหตุ : ควรฉีดก่อนที่ดอกจะบานเนื่องจากหากฉีดหลังจากดอกบานจะทำให้แมลงไม่เข้ามาผสมเกษร  

 *ถ้าเก็บน้ำส้มควันไม้ไม่ได้ตามค่ามาตรฐานที่เหมาะสม เมื่อนำไปใช้ในสัดส่วนที่ทดสอบไว้ก็จะไม่ได้ผลตาม

นั้นและควรเข้าใจด้วยว่า น้ำส้มควันไม้ไม่ใช่ปุ๋ย

 

 อัตราส่วนการใช้น้ำส้มควันไม้

1:5 , 1:10      สำหรับการนำไปฆ่าเชื้อในดิน ราดทำลายปลวกและมดได้

1:20 , 1:30   รดในหน้าดิน ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่มีประโยชน์และแมลงในดิน บำรุงผิวดินก่อนทำการเพราะปลูก 10 วัน ใช้ในปริมาณ 6 ลิตร ต่อ 1 ตรม

1:50              พ่นลงดิน ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำลายพืช หากเข็มข้นมากกว่านี้รากพืชอาจได้รับอันตรายได้

1:50              น้ำส้มควันไม้มี น้ำมันทาร์และยางเรซิลอยู่มาก ที่ส่งกลิ่นเหม็นคล้ายควันไฟ รบกวนสัตว์แมลงที่มีพิษ เช่นตะขาบ ปลวก มด แมงป่องและสัตว์ต่างๆ

1:50             น้ำส้มควันไม้มีคุณสมบัติในการต่อต้าน หรือลดการผลิตแอมโมเนีย จึงสามรถนำไปใช้ลดกลิ่นเหม็นในคอกสัตว์ ในอัตราส่วนไม่เข็มข้นนัก

1:50             รดบริเวณโคนต้น ไล่ไส้เดือน มะเขือเทศ

1:100           ราดโคนต้นไม้รักษาโรครา และโรคเน่า รวมทั้งป้องกันแมลงมาว่างไข่

1:100           ใช้ฉีดพ่นถังขยะ ป้องกันกลิ่นและแมลงวัน ใช้ดับกลิ่น ในห้องน้ำห้องครัวและบริเวณชื้นแฉะ กลิ่นฉุนเหล่านี้ ช่วยขับไล่แมลงวัน

1:100           ช่วยเพิ่มปริมาณเชื้อรา และแบคที่เรียที่มีประโยชน์ ในการเร่งการหมักสารชีวภาพ คือ สามารถย่นระยะเวลาในการหมักลงอีกครึ่งหนึ่งของการหมัก สารชีวภาพโดยปรกติ

1:200 , 1:300 ผสมลงในอาหารสัตว์ เมื่อสัตว์กินเข้าไป จะช่วยปรับระดับ แบคทีเรียในลำใส้ เพื่อช่วยในการดูดซึมสารอาหารได้ดี ถ้าเป็นไก่เนื้อไก่จะเจริญเติบโตได้ดี เนื้อไก่เป็นสีชมพู

1:200          พ่นใบไม้รวมทั้งพืนดินรอบๆต้นพืชทุกๆ 7-15 วันเพื่อขับไล่แมลงและป้องกันเชื้อราและรดโคนต้นไม้เพื่อเร่งการเจริญเติบโต

1:200          ฉีดพ่นใบ ฆ่าเชื้อรา มะเขือเทศ

1:200         รดบริเวณโคนต้น กันรากเน่า มะเขือเทศ

1:200          ฉีดพ่นใบ กันเชื้อรา แตงกวา

1:200          รดบริเวณโคนต้น กันรากเน่า แตงกวา

1:200          รดบริเวณโคนต้น สตรอเบอรี่ กันไส้เดือนฝอย

1:300          ฉีดพ่นใบ พริก ลดการร่วงโรยของดอก

1:300          ฉีดพ่นใบ ข้าวโพด ขับไล่แมลง

1:500 . 1:1000  พ่นผลอ่อนหลังติดผลแล้ว 15 วัน ช่วยขยายผล พ่นอีกครั้งก่อนเก็บเกี่ยว 20 วันเพื่อเพิ่มน้ำตาลในผลไม้ ช่วยลดไนโตรเจนส่วนเกิน กระตุ้นการสันดาบของพืชชนิดให้รสหวาน

1:800         รดแทนน้ำปกติ ผักที่มีระยะปลูกสั้นๆก่อนหรือหลังแตกยอดอ่อน 

1:1000       เป็นสารจับใบเนื่องจากสารเคมีสามารถออกฤทธิ์ได้ดีในสารละลายที่เป็นกรด อ่อนๆช่วยเสริมประสิทธิ์ภาพของสารเคมีทำให้สามารถใช้สารเคมีมากกว่าครึ่ง

1:1500       รดแทนน้ำปกติ ไล่ใส้เดือนฝอยพริกไทยเขียว

1:1500       รดแทนน้ำปรกติ ขับไล่แมลง กะหล่ำปี ผักกาดขาว

 

 น้ำส้มควันไม้ยังสามารถนำไปใช้ด้านอื่นๆ ได้ อีดเช่น น้ำส้มควันไม้ เข็มข้น 100% .ใชรักษาแผลสด แผลถูกน้ำร้อน รักษาโรคน้ำกัดเท้าและเชื้อราที่ผิวหนัง

น้ำมันดิน(ทาร์) มีความเหนียวติดไฟง่ายและมีกลิ่นฉุนมาก นำไปเทในหลุมเสาบ้านไม้ ทาผิวไม้ ก่อนที่จะทำการก่อสร้างบ้าน ป้องกันปลวก/มอด ทำลายเนื้อไม้ได้ หรือนำไปผสมผงถ่านกับน้ำมันดิน

สามารถนำไปโรยรอบอาคาร เพื่อป้องกันสัตว์ต่างๆ เช่นมด ปลวก ตะขาบ ฯลฯ และจะสลายตัวได้เองภายในเวลาไม่นานนัก แต่ห้ามทิ้งลงแม่น้ำเด็ดขาด

 
 
 
 

เปรียบเทียบวัสดุปลูกที่ผ่านกระบวนการทางความร้อน

 
 

 ราคากิโลละ 60 บาท

Biochar

 - การปรับปรุงดินนำไปสู่การเจริญเติบโตของรากที่ดี 

- ช่วยเพิ่มอัตราการงอก มีความสม่ำเสมอมากขึ้นของการงอก

- เก็บธาตุสารอาหารไว้ในดินได้นานขึ้น

- ลดการใช้ปุ๋ยลง 

- ลดการเกิดเชื้อราในรากพืช 

- ลดความเป็นกรดของดิน

- ลดการดูดซึมของสารพิษในดิน

- ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ในดิน

- เพิ่มการกักเก็บความชุ่มชื้นจะช่วยลดการใช้น้ำ

- ลดเวลาค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ

 

HEATING VALUE - ค่าความร้อน      7286 ( Kcal / Kg)

FIXED CARBON  - ค่าคาร์บอนคงที่   72.6 %

 VOLATILE - ค่าสารระเหย                     12 %

 AST - เถ้า                                             2.1 %

PH   - ค่า ph                                          7.83

 MOISTURE - ค่าความชื้น                 12-15%

ID ค่าการดูดซับไอโอดีน          270  (mg/g)

ผลิตจากธรรมชาติ 100 % เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

 

 ราคากิโละ 160 บาท

perlite

- แหล่งกำเหนิด เพอร์ไลต์  เป็นหินภูเขาไฟชนิดหนึ่ง เนื้อเป็นแก้วคือไม่มีรูปผลึก มีองค์ประกอบหลักคล้ายคลึงกับหินไรโอไลต์ แต่มีน้ำแทรกอยู่ 2-5% จึงมีคุณสมบัติพิเศษคือ เมื่อบดเป็นก้อนเล็กๆ แล้วนำไปเผาประมาณ 800 - 1000 องศาเซลเซียส จะพองตัวแบบข้าวโพดคั่ว ทำให้มีรูพรุน มีเนื้อเป็นโพรง และมีน้ำหนักเบา (0.5-0.8 กรัม/ซีซี) จากคุณสมบัติตรงนี้จึงสามรถนำไปใช้งานได้หลากหลาย เช่น ใช้ในการปรับปรุงดินเพื่อการเกษตร โดยจะทำให้ดินร่วนซุย อากาศและน้ำถ่ายเทได้สดวก

- เมื่อผ่านขบวนการทางความร้อนแล้ว จึงขยายตัวพองเหมือนฟองน้ำ มีน้ำหนักเบา สามารถอุ้มน้ำได้ 3-4เท่า ไม่มีธาตุอาหารและไม่สามารถแลกเปลียนประจุบวกได้ ถ้าใช้กับพืชที่อ่อนแอต่อฟูลออไรด์จะมีปัญหา เมื่อเผาแล้วเพอร์ไลท์มีความหนาแน่นประมาณ 95-145Kg/m3 มีความสามารถในการอุ้มน้ำและละบายอากาศได้ดีเพอร์ไลท์เมื่อขยายตัวแล้วมีเสถียรภาพดี มีความยุบตัวน้อย

- ค่า pH : 7 - 7.2

- คุณสมบัติการอุ้มน้ำ 70 - 80 %

- คุณสมบัติการแลกเปลี่ยนประจุไม่มี

- ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่นิยมนำมา ใช้  1.5 - 10 มม.

- ความพรุน 97 %

- ความคงทนของโครงสร้าง ดี

- ลักษณะการนำมาใช้ นิยมนำมาใช้วัสดุเพราะกล้า , เป็นวัสดุปลูกใช้สำหรับเพราะเมล็ด หรือเป็นวัสดุปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ หรือจะเป็นวัสดุปลูกต้นไม้ ไม้ดอกไม้ประดับทั่วไป เพื่อความโปร่งของเครื่องปลูก

- อายุการใช้งาน 1 คร้ง

- ราคา สูง

- ข้อดี การระบายน้ำและอากาศดี , ไม่ทำปฏิกิริยาทางเคทีกับธาตุอาหารพืช , น้ำหนักเบา

- ข้อเสีย ราคาค่อนข้างสูง

 

 

  ราคากิโลละ 160 บาท

Vermiculite

- แหล่งกำเหนิด เวอร์มิคูไลท์ เป็นแร่ในกลุ่มไมก้า ซึ่งคุณสมบัติเด่นในแร่ของกลุ่มไมก้าคือการมีโครงสร้างผลึกเป็นแผ่นซ้อนๆกัน คุณสมบัติของเวอร์มิคูไลต์คือ มีผลึกซ้อนกันเป็นชั้นและมีน้ำคั่นระหว่างชั้น ดังนั้นเมือเผาประมาณ 1000-1100 องศาเซลเซียส ก็จะแตกและผองตัวออกเป็นเหมือนตัวหนอนขนาดเล็กๆลักษณะเช่นนี้จึงทำให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้คล้ายกับเพอร์ไลต์ คือใช้ประโยชน์จากการที่น้ำหนักเบา (เบากว่าเพอร์ไลต์เผาเล็กน้อย)

- เมื่อผ่านกระบวนการเผาแล้วมีความหนาแน่นรวมลดลงเหลือประมาณ 95-145 Kg/m3m ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาเมือได้รับความร้อน เมือขยายตัวจะมีน้ำหนักเบามาก มีปฏิกริยาเป็นกลาง ต้านทานการเปลี่ยนแปลง pH ได้ดี ไม่ละลายน้ำ แต่ดูดน้ำได้ 3-4แกลลอน/ลบ.ฟุต หรือ 500% (w/w) มีความสามารถแลกเปลี่ยนประจุสููง สามารถดูดซับธาตุอาหารแล้วค่อยๆปล่อยให้ในภายหลัง

-เวอร์มิคูไลท์มีธาตุอาหาร โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ การใช้เวอร์มิคูไลท์เป็นวัสดุปลูก จึงอาจลดความเข็มข้นของธาตุเหล่านี้ลงในสารละลายลง เวอร์มิคู ที่ผ่านการเผาแล้ว จะค่อยๆยุบตัวลงเมื่อใช้ปลูกพืชไปนานๆภายใน 1 ปี ปริมาณจะลดลงเหลือประมาณ 25% ของปริมาตรเดิม และเมื่อผ่านไปประมาณ 2 ปี สมบัติในการอุ้มน้ำและถ่ายเทอากาศจะสูญเสียไปจนไม่สามารถใช้เป็นวัสดุปลูกได้อีก

วิธีใช้ ส่วนมากจะใช้ผสมกับเพอร์ไลท์ ในการปลูกพืชผักไฮโดรโปนิกส์ หรือผสมกับพีทมอสในการเพราะเมล็ด เพื่อเก็บความชื้นได้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งมีธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชงอกด้วย

 

 
  5 ลิตร ประมาณ 1 กิโลกว่า ราคา  70 บาท

BALLS Expanded clay

ดินมวลเบา มีคุณสมบัติเป็นรูพรุนและมีน้ำหนักเบา ผลิตจากดินเหนียวที่เผาด้วยอุณหภูมิสูงถึง 1000 องศาเซลเซียส มีประสิทธิภาพในการดูดซับและอุ้มน้ำสูงถึง 80% ของน้ำหนักตัว เนื่องจากมีการระบายอากาศที่ดี จึงหมดปัญหาเรื่องรากพืชเน่า มีความคงตัวสูง ไม่สึกกร่อนง่าย มีความสะอาด ปราศจากเชื้อรา และปรสิต ที่ก่อให้เกิดโรคพืช มีน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับวัสดุอื่นๆ สามารถนำไปผสมกับวัสดุปลูกชนิดอื่นๆ รวมทั้งดินด้วย สามารถนำไปใช้ได้อย่างกว้างขวางในทุกระบบการเพราะปลูd

Balls ไม่เพียงแต่เหมาะกับการปลูกแบบ Hydrocultture แต่ยังสามารถนำไปใช้ในระบบไฮโดรโปนิคส์ สวนดาดฟ้า ที่หลีกเลี่ยงวัสดุปลูกที่มีน้ำหนักมาก และไม้กระถ่าง หรือนำไปโรยหน้าวัสดุปลูกธรรมดาเพื่อความสวยงามเพื่อปรับปรุงดิน ปลูกหน้าวัว กล้วยไม้สกุลรองเท้านารี

ขนาดเม็ด 8-16มม.

 

 

 

 

 

โครงการต่อสู้กับความยากจน ในประเทศ บลาซิล มีการใช้ถ่านbiochar  ในการปรับปรุงดินทราย ให้กลับมาปลูกพืชได้

 

 PRO-NATURA  โครงการต่อสู้กับความยายจน

ที่มา : www.pronatura.org

 
 ต้องการถ่านbiochar
ติดต่อเรา : 081 -6329979  / 081- 8591640
  

  
MENU
 
WEB LINK
 
VISIT
 สถิติวันนี้ 14 คน
 สถิติเมื่อวาน 7 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
144 คน
303 คน
10481 คน
เริ่มเมื่อ 2015-06-18
 
Copyright (c) 2006 by Your Name